Louis Vuitton Travel Books 2014: Venice and Vietnam

ด้วยความที่มีต้นกำเนิดจากร้านทำหีบเดินทาง (trunks) Louis Vuitton จึงมักจะหวนไปหารากเหง้าของตัวเองเสมอๆ และมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายอย่าง ถ้าไม่นับกระเป๋าเดินทางที่โด่งดังเป็นที่นิยมในหมู่ดารากระเป๋าหนัก หนังสือนำเที่ยว Louis Vuitton City Guides ก็มีชื่อเสียงว่าแนะนำสถานที่เก๋ๆในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักเดินทางเก๋ๆ(และรวยๆ)ที่เฝ้ารอเอดิชั่นใหม่ทุกปี

แต่จริงๆ LV ยังมีหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอีกไลน์หนึ่ง คือ Louis Vuitton Travel Books ซึ่งเป็นบันทึกการเดินทาง (travel journals) ผ่านลายเส้นและภาพวาดของศิลปินชื่อดังหลากหลายชาติ เล่มที่ผ่านๆมาก็เช่น ปารีส โดย Cheri Samba ศิลปินชาวคองโก และนิวยอร์ก โดยศิลปินชาวฝรั่งเศส Jean-Philippe Delhomme

ปีนี้ถึงทีของเวียดนามและเวนิส โดยเวียดนามถูกเล่าเรื่องผ่านภาพสีเครยองของศิลปินชาวอิตาเลียน Lorenzo Mattotti ในขณะที่เวนิสดูสดใสและสะอาดตา(กว่าความเป็นจริงมาก)ด้วยลายเส้นสไตล์การ์ตูนมังงะสวยๆของคุณลุง Jiro Taniguchi นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่น

เริ่มขายเดือนพฤษภาคมนี้ครับ

1890654_805632612798409_1040826880_o

 

The Topologist on Facebook

วีซ่าพม่า : Myanmar Visa

จะไปพม่าเดือนหน้าครับ

แล้วพอซื้อตั๋วถึงได้รู้ว่า การไปพม่านี่ คนไทยอย่างเราก็ต้องขอวีซ่าด้วย (นึกว่า ASEAN แล้วเข้าประเทศไหนก็ไปได้เลยซะอีก) ว่าแล้วกระบวนการงมโข่งหาข้อมูลก็เริ่มต้นขึ้น

โดยปกติเราสามารถไปขอ Visa on Arrival ที่สนามบินย่างกุ้งได้เลยครับ แต่เนื่องจากพฤศจิกายนนี้จะเป็นการเลือกตั้งภายใน เขาเลยยกเลิกไปชั่วคราวก่อน แต่ไม่เป็นไร เราขอที่นี่ก็ได้ ไม่ต่างกัน

เริ่มแรกต้องเตรียมเอกสารก่อนครับ มีดังนี้

  1. รูปถ่ายขนาด 2นิ้ว พื้นหลังขาว (หรือสีอ่อน)
  2. หนังสือเดินทางที่มีอายุเกิน 6 เดือน (ถ้าเหลือไม่ถึงไปบริจาคเงิน 1000 ให้ประเทศชาติ ทำใหม่ซะดีๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีต่ออายุแล้ว)
  3. สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ใบ
  4. เอกสารขอวีซ่า 2 แผ่น ขอได้ที่ตรงช่องรับเอกสารได้เลยครับ
  5. ค่าธรรมเนียม 810 บาทถ้วน

documents needed

เรียบร้อยแล้วก็รุดไปที่สถานทูตพม่าได้เลยครับ เป็นกำแพงเทาๆสูงตั้งอยู่หัวมุมถนนปั้นฝั่งถนนสาทร เยื้องโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ แผนกรับขอวีซ่านักท่องเที่ยวจะอยู่ฝั่งด้านถนนปั้นนะครับ อย่าไปฝั่งสาทร อันนั้นสำหรับชาวพม่าเอง (โชว์โง่ด้วยการเข้าผิดมาแล้ว ไม่ทันอ่านป้าย) แผนกขอวีซ่าเปิดเฉพาะช่วงเช้านะครับ 9 โมง ถึง เที่ยง (ช่วงบ่ายสำหรับคนมารับวีซ่า)

เปิดประตูเข้าไปได้ก็ไม่ต้องรีรอ ถ้าเตรียมเอกสารมาครบก็ยื่นเอกสารช่องซ้ายสุด ก็จะได้รับบัตรคิวมา (ถ้าไม่ได้กรอกแบบฟอร์มมาก่อนก็ขอได้ที่ช่องเดียวกันครับ) จากนั้นก็นั่งรอคิวยื่นเอกสาร จ่ายค่าธรรมเนียม เป็นอันเสร็จพิธี มารับได้ในอีกสามวันทำการ (ผมไปทำวันศุกร์ เขานัดรับเล่มวันอังคารบ่าย) หมดสิ้นกระบวนการประมาณ 30 นาที ไม่ช้าอย่างที่คิดครับ

Bali Contrasty

Bali is similar to Phuket. They both are tourist-dominated city: they provides a lot for tourists so that it seems the cities are not what they were in the past. But they actually are; from the touristy shell, you can also feel the traditional Balinese inside. No matter how avant-garde the hotel design is, a hugh spiritual spiritual house is there. Traditional offerings are every where on the street even in front of Roxy.

Travelers visit Bali for these rich traditions and cultures that still remain but are hidden in every aspect of Balinese lifestyle. But even though Bali island is not that big but each attraction locates pretty remote from another. So it will take a whole day or two days for only temple tours, from Ubud to Denpasar.

Tempaksiring Temple

Tempaksiring Temple

Hilltop lake is interesting, but a hilltop lake with a lakeside temple is more interesting. Tempaksiring Temple locates on the lakeside with a stunning backdrop of hilly mountains and softly cloud. It’s look like Guilin in China as what I’d seen from the brochure.

Tanah Lot

Tanah Lot

Only with great effort and faith that people can built Tanah Lot temple on that hugh offshore rock. It is believed that the temple was built during the 15th century, dedicated the the spiritual god. The setting is stunning as the all-black construction was there on the fragile-looking rock for hundreds years. Above all, the most vital reason to be here is the sunset — this stunning sunset panorama is what you won’t see else where.